สารปรับสภาพดินและสารเพิ่มคุณภาพผลผลิต



สาเหตุที่ดินเสื่อมโทรม เนื่องจากเกษตรกรขาดความรู้ในเรื่องดิน มีแต่ใช้ดิน ไม่เคยบำรุงดิน และใช้สารเคมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ดินเสื่อมโทรมเร็วกว่าปกติ เมื่อดินหมดแร่ธาตุอาหาร และจุลินทรีย์ในดิน จะพบแต่สารเคมีตกค้างมาก โรคชนิดต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อพืช จะสะสมอยู่ในดิน ก่อให้เกิดโรคชนิดต่างๆ เมื่อพืชเป็นโรค เกษตรกรก็หันมาใช้ยาเคมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตทุกๆ ชนิด เมื่อมีผลผลิตก็มีแต่สารเคมี ไม่เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ยังทำให้ต้นทุนสูง ปลูกพืชไม่คุ้มกับการลงทุน แมลงชนิดต่างๆ ก็เข้าทำลายพืช ผัก ผลไม้ ก็ยิ่งทำให้เกษตรกรหันพึ่งสารเคมีมากขึ้น ดังนั้นปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อเกษตรกรหันมาปรับปรุงดิน โดยใช้สารธรรมชาติเข้าช่วย 


สภาพดินเสื่อมโทรม

การแก้ปัญหาดินเสื่อม
ดังนั้นการปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ทำได้หลายวิธี  ดังนี้
                1.  ใช้ปุ๋ยคอก คือ การใช้มูลสัตว์ต่างๆซึ่งมูลสัตว์มักจะสูญเสียธาตุอาหารไปได้ง่าย จึงควรใช้เศษซากพืช เช่น ฟาง แกลบฯ รองพื้นคอกสัตว์ เพื่อดูดซับธาตุอาหารจากมูลสัตว์ไว้ด้วย
                2.  ใช้ปุ๋ยหมัก คือ การนำเอาเศษซากพืชที่เหลือจากการเพาะปลูก เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด ต้นถั่วต่างๆ ผักตบชวา และของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมตลอดจนขยะมูลฝอย มาหมักจนเน่าเปื่อยแล้วนำไปใช้ในไร่นาหรือสวน
                3.  ใช้ปุ๋ยพืชสด คือ การไถกลบส่วนต่างๆของพืชที่ยังสดอยู่ลงในดิน เพื่อให้เน่าเปื่อยเป็นปุ๋ย ส่วนใหญ่จะใช้พืชตระกูลถั่ว เพราะให้ธาตุไนโตรเจนสูง และย่อยสลายง่าย โดยเฉพาะในระยะออกดอก อาจปลูกแล้วไถกลบในช่วงที่ออกดอกหรือปลูกแล้วตัดส่วนเหนือดินไปไถกลบลงในดิน 
พืชที่นิยมใช้เป็นปุ๋ยพืชสด ได้แก่ โสนอัฟริกัน โสนอินเดีย ปอเทือง ถั่วเขียว ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ถั่วมะแฮะ กระถินยักษ์ และแหนแดง เป็นต้น
                4.  ปลูกพืชคลุมดิน นิยมใช้พืชตระกูลถั่วที่มีคุณสมบัติคลุมดินได้หนาแน่นเพื่อกันวัชพืช ลดการชะล้าง เก็บความชื้นไว้ในดินได้ดี และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน ได้แก่ ถั่วลาย ถั่วคุดซู ถั่วคาโลโปโกเนียม เป็นต้น
                5.  ใช้วัสดุคลุมดิน นิยมใช้เศษพืชเป็นวัสดุคลุมดิน พื่อรักษาความชื้นในดิน ป้องกันการอัดแน่นของดินเนื่องจากเม็ดฝน ป้องกันวัชพืชขึ้น และเมื่อเศษพืชเหล่านี้สลายตัว ก็จะกลายเป็นปุ๋ยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน
                6.  ใช้เศษเหลือของพืชหรือสัตว์ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ส่วนของต้นพืช เศษพืชที่เหลือ เช่น ต้นและเปลือกถั่วลิสง แกลบ ตอซัง หรือวัสดุอื่นๆ ถ้าไม่มีการใช้ประโยชน์ควรไถกลบกลับคืนลงไปในดิน ส่วนเศษเหลือของสัตว์ เช่น เลือดและเศษซากสัตว์จากโรงงานฆ่าสัตว์ ก็สามารถใช้เป็นปุ๋ยเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุได้ 
                7.  ปลูกพืชหมุนเวียน โดยปลูกพืชหลายชนิดหมุนเวียนในพื้นที่เดียวกัน ควรมีพืชตระกูลถั่ว ซึ่งมีคุณสมบัติบำรุงดินร่วมอยู่ด้วยเพื่อให้การใช้ธาตูอาหารจากดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพลดการระบาด ของศัตรูพืช ตลอดจนช่วยให้ชั้นดินมีเวลาพักตัวในกรณีพืชที่ปลูกมีระบบรากลึกแตกต่างกัน การปรับปรุงบำรุงดิน ควรใช้หลาย ๆ วิธีดังกล่าวข้างต้นร่วมกัน เพราะการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ต่าง ๆ หากใช้เพียงชนิดเดียวทำให้ต้องใช้ปริมาณที่มาก จึงควรพิจารณาปริมาณการใช้ตามกำลังความสามารถที่มี แต่ถ้าใช้การปรับปรุงบำรุงดินหลายวิธีร่วมกัน ปริมาณที่ใช้ในแต่ละชนิดก็ลดลง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มากและควรมีการปฏิบัติบำรุงดินอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อรักษาระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินให้สูงอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ต่อการผลิตพืชผลทางการเกษตรในระยะยาวต่อไป

ข้อเสียคือต้องใช้เวลา และแรงงาน  ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นจำนวนมาก

เราช่วยท่านได้ด้วยผลิตภัณฑ์บานเย็น  1 ซอง  20 กรัมต่อ 1 ไร่

สารปรับสภาพดินบานเย็น

สารปรับสภาพดิน บานเย็น

นวัตกรรมจากสวิสเซอร์แลนด์เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ช่วยในการปรับสภาพโครงสร้างของดิน แก้ปัญหาดินดาน ดินแน่น ช่วยเพิ่มชั้นหน้าดินที่เสื่อมโทรม ท าให้ดินร่วนฟู ลดการแข็งกระด้างของหน้าดิน ท าให้ดินโปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ าถ่ายเท ลดกรดในดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุและแร่ธาตุ กระตุ้นจุลินทรีย์ในดิน ช่วยให้พืชกินปุ๋ยที่ตกค้าง เร่งแตกกอ ใช้ได้ดีเยี่ยมกับพืชทุกชนิด

รากขาว รากยาว เร่งแตกราก  เพิ่มจำนวนรากกินปุ๋ย เร่งแตกกอ เร่งแตกใบ เร่งการเจริญเติบโต ดินร่วนซุย ลดการใช้ปุ๋ย เพิ่มผลผลิต
สรรพคุณของ สารปรับสภาพดินสูตรพิเศษ  บานเย็น
  • แก้ปัญหาดินดาน ดินแน่น และดินแข็งกระด้าง ทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย อินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น และ ช่วยเพิ่มชั้นหน้าดิน
  • กระตุ้นระบบรากพืชและจุลินทรีย์ ทำให้พืชดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น
  • ส่งเสริมการงอก งอกดีสม่ำเสมอ และเพิ่มจำนวนและการพัฒนารากดีขึ้น
  • ลดปริมาณการใช้ปุ๋ย เพราะพืชตอบสนองกับปุ๋ยมากขึ้น รากกินปุ๋ยได้ดี
  • กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช และความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันโรค
  • ป้องกันการเสื่อมโทรมจากการเก็บเกี่ยว โรคและแมลงต่างๆ
  • ทำให้ท่อทางเดินอาหารสะอาด กระตุ้นให้พืชแข็งแรง เจริญเติบโตเร็ว
  • สามารถต้านทานโรคและแมลงได้ดี
  • เป็นตัวเสริมประสิทธิภาพของปุ๋ยและสารเคมีต่างๆ
บานเย็น มีส่วนประกอบสำคัญ 5 ชนิดได้แก่
1.  ฮิวมิก แอซิด
2.  แร่ธาตุจากหินภูเขาไฟ
3.  คลื่นความถี่แร่ธาตุ  (Mineral Frequency)
4.  แร่โลหะหายาก (Rare Earth Elements)
5.  Fungus (แร่ธาตุอาหารของ mycorrhiza)

ฮิวมิก แอซิด
ฮิวมิก แอซิด เกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว์ เป็นระยะเวลานับล้านๆปี โดยผ่านกระบวนการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ในดิน เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ผ่านการสกัดด้วยกรรมวิธีอันทันสมัย กรดฮิวมิกมีประโยชน์ต่อพืชและดินโดยตรง เป็นแหล่งอาหารสำหรับพืชและจุลินทรีย์ ช่วยรักษาเสถียรภาพและโครงสร้างของดิน ช่วยรักษา pH ของดิน ช่วยให้ดินอุ้มน้ำ และช่วยดูดซับและสลายยาปราบศัตรูพืช
ประโยชน์ของฮิวมิก แอซิด ต่อพืช
  • เพิ่มอัตราการงอกของเมล็ด
  • กระตุ้นผลผลิตและดูดธาตุอาหาร
  • ช่วยเพิ่มการเจริญและแพร่กระจายของราก ต้น และใบ
  • กระตุ้นการลำเลียงน้ำและการสูญเสียน้ำไปจากพืช เซลพืชอุ้มน้ำมากขึ้น
  • เพิ่มการหายใจของพืช
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ไนโตรเจนในพืช
  • มีอิทธิพลต่อปริมาณคลอโรฟิลด์ และการสังเคราะห์แสง
  • มีการสะสมคลอโรฟิลด์ ไม่ทำให้ใบพืชไม่เกิดอาการเหลือง
  • มีความทนทานต่อการเหี่ยว
  • พืชกระกูลถั่วจะมีปมรากมากขึ้น
  • กระตุ้นการดูดซับธาตุอาหารหลักและรองของระบบรากพืช
  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์ในดิน
  • ช่วยเพิ่มชั้นหน้าดินที่เสื่อมโทรม
  • ดินร่วนฟู ลดการแข็งกระด้างของหน้าดิน
  • ลดการปริมาณการใช้ปุ๋ย
  • พืชตอบสนองกับปุ๋ยมากขึ้น
  • พืชมีการเจริญเติบอย่างรวดเร็ว
  • รากพืชมีการเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว

แร่ธาตุจากหินภูเขาไฟ
ใช้ในการปรับปรุงดิน ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มขนาดผล ใหญ่ขึ้นและเพิ่มปริมาณน้ำตาลสูงขึ้น กำจัดสารพิษจากเชื้อรา ช่วยปรับปรุงสวนส้มที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม และถูกทำลายจากแมลง ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ป้องกันการแข็งตัว การจับตัวเป็นก้อนของปุ๋ย ผลการใช้ยอดเยี่ยม จึงขายรวดเร็วใน อเมริกาและแมกซิโก และ สามารถป้องกันอาการผิดปกติของพืชจากการขาดธาตุอาหาร

คลื่นความถี่แร่ธาตุ (Mineral Frequency)
คือ คลื่นความถี่ของแร่ธาตุ ด้วยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี
ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ
1.  ตัวกลางนำข้อมูล (Carrier)
2.  พลังงาน (Energy)
3.  ข้อมูลที่ถูกเลือก (Frequencies)
 คลื่นความถี่แร่ธาตุ (Mineral Frequency)เป็นตัวกระตุ้นการเจริญของพืช ทำให้พืชเขียวเข้ม และ ลดอาการขาดธาตุอาหารรอง โรคพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียลดลง อัตราการงอกของเมล็ดสม่ำเสมอและแข็งแรง พืชตอบสนองกับปุ๋ยและสารเคมีต่างๆได้ดีขึ้น เป็นตัวเสริมประสิทธิภาพของสารเคมีต่างๆ

แร่โลหะหายาก (Rare Earth Elements) กับการสนับสนุนกระบวนการทางชีวเคมีในพืช
1.  สามารถเพิ่มผลผลิตถึง 15% ในพืชบางชนิด โดยเฉพาะบางพื้นที่ที่มีความชื้นจำกัด
2.  ส่งเสริมกระบวนการตรึงไนโตรเจน ของ Azotobacter species
3.  ส่งเสริมกระบวนการดูดซับไอออนของรากพืช
4.  ส่งเสริมกระบวนการดูดซับ แมงกานีสและเหล็ก
5.  ส่งเสริมกระบวนการ abscissic acid (ABA) production (plant hormone) ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาภาวะเครียด และช่วยการเจริญเติบโตได้
6.  เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสังเคราะห์แสง
7.  ส่งเสริมเอนไซม์ Mg–ATPase ในกระบวนการสังเคราะห์แสง
8.  ยับยั้งการทำงานของพิษเชื้อรา (Mycotoxin)

Fungus (กลุ่มแร่ธาตุอาหารของ mycorrhiza)
Fungus คือ ชื่อเฉพาะของธาตุอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ในรูปแบบของ ฮิวมิก แอซิด ที่เป็นส่วนผสมของ ผลิตภัณฑ์ บานเย็นโดยธาตุอาหารและแร่ธาตุชนิดนี้ เพื่อการเจริญเติบโตของ “mycorrhiza“ คำว่า “mycorrhiza” (พหูพจน์ : mycorrhizas หรือ mycorrhizae)   มาจากภาษากรีกว่า  Mykes  แปลว่า Mushroom หรือ fungus รวมกับ คำว่า rhiza  แปลว่า root ดังนั้น ไมคอร์ไรซา (mycorrhiza) จึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างรากับระบบรากของพืชชั้นสูง โดยรานั้นต้องไม่ใช่ราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช ส่วนรากพืชต้องเป็นรากที่มีอายุน้อย (Frank, 1885; Mikola, 1973, Hawksworth และคณะ, 1995) การอยู่ร่วมกันนี้เป็นการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน เอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน (symbiosis) เซลล์ของรากพืชและราสามารถถ่ายทอดอาหารให้กันและกันได้ ต้นพืชได้รับน้ำและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจากรา ส่วนราได้รับสารอาหารจากต้นพืชผ่านมาทางระบบราก เช่น พวกแป้ง น้ำตาล โปรตีน และวิตามินต่าง ๆ (Hacskaylo, 1971) นอกจากนี้ราไมคอร์ไรซายังช่วยป้องกันรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อโรคด้วย (Marx, 1973) สปอร์ของราไมคอร์ไรซาจะมีอยู่ทั่วๆ ไปในดิน (soil bome fungi)


                                                       
                                                      สารเพิ่มคุณภาพผลผลิต บานเย็น



สารเพิ่มคุณภาพผลผลิต บานเย็น
สารเพิ่มคุณภาพผลผลิต บานเย็นเป็นสารอะมิโนและแร่ธาตุที่สกัดมาจากพืชและสัตว์รวมกัน ในอัตราส่วนที่เหมาะสม มีกรดอะมิโนและแร่ธาตุจำเป็นหลายชนิดซึ่งมีประโยชน์ต่อพืช
ส่วนประกอบที่สำคัญ กรดอะมิโนและแร่ธาตุ สกัดจากสาหร่ายและปลาทะเลน้ำลึก
คุณสมบัติของสารสกัด
เสริมสร้างการเจริญเติบโต สร้างความแข็งแรง สมบูรณ์ให้กับพืช
สามารถฟื้นฟูสภาพที่ทรุดโทรมของพืชที่ถูกท าลายด้วยแมลงศัตรูพืชชนิดต่างๆ
ให้กลับมาเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเหมือนเดิม ลดการขาดทุนโดยสิ้นเชิง
ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต พืชมีความเขียวเข้มสมบูรณ์ ช่วยออกดอก ติดผล
ติดเมล็ด ติดฝัก ช่วยเพิ่มขยายขนาดผล สร้างสีสวยงาม รูปทรงดี ไม่บิดเบี้ยว
เสริมสร้างผลผลิต ได้น้ าหนัก รสชาติดี
ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ปลอดภัยต่อผู้ใช้ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้
ร่วมกับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ทุกชนิด
ขนาดบรรจุซองละ 
30 กรัม/กล่องละ ซอง
วิธีใช้
คำแนะนำ ควรใช้ร่วมกับสารปรับสภาพดินบานเย็นทุกครั้ง จะทำให้มี
ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น




ซิลิก้า บานเย็น
ผลิตภัณฑ์จากเยอรมันนี ซิลิก้า บานเย็น ไม่ใช่สารเคมีอันตราย แต่สามารถสร้าง
ภูมิคุ้มกัน โดยใช้หลักการสร้างความแข็งแรงสมบูรณ์ให้กับพืช หลักการนี้สามารถ
ป้องกันพวกศัตรูพืช เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ าตาลในข้าว เพลี้ยแป้งสีชมพูในมัน
สำปะหลัง เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ขาวและแมลงปากดูดชนิดต่างๆ รวมทั้ง
เชื้อรา และแบคทีเรีย
ส่วนประกอบที่ส าคัญSilica 65% ในรูป Alumino Silicate
คุณสมบัติของสารสกัดอยู่ในรูปที่พืชดูดซึมได้เร็ว เมื่อสะสมมากขึ้น จะท าให้ผนังเซลล์พืชแข็งแรง

สามารถเป็นเกราะป้องกันโรคและแมลงได้เป็นอย่างดีมีผลพลอยได้ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ใบใหญ่ ใบหนา ใบแข็ง ต้นแข็ง ขนใบแข็ง เขียวทน เขียวนาน เสริมสร้างผลผลิต ได้น้ าหนัก รสชาติดี

ไม่ท าลายแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น แตนเบียน แมลงช้าง ปลอดภัยต่อผู้ใช้,ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

สามารถใช้เป็นวัคซีนป้องกันศัตรูประเภทแมลงปากดูดในข้าว อ้อย มันส าปะหลังและพืชชนิดอื่นๆ ทุกชนิดได้เป็นอย่างดี และใช้ร่วมกับสารป้องกัน กำจัดศัตรูพืชได้ทุกชนิด
ขนาดบรรจุซองละ 30 กรัม/กล่องละ 10ซอง
วิธีใช้
คำแนะนำ

ควรจะต้องใช้ อะมิโน บานเย็น ร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

กรณีเกิดเพลี้ยระบาดรุนแรง ให้ผสมสารก าจัดเพลี้ยไปด้วย การใช้ร่วมกัน จะช่วยกำจัดเพลี้ยได้ดี และฟื้นตัวเป็นปกติได้เร็วขึ้น  



กรดอะมิโน บานเย็น
กรดอะมิโน บานเย็น
ผลิตภัณฑ์จากออสเตรเลีย อะมิโน บานเย็น เป็นสารอะมิโนที่สกัดมาจากพืช มีกรดอะมิโนจ าเป็นหลายชนิด ซึ่งกรดอะมิโนเหล่านี้มีประโยชน์ต่อพืช
ส่วนประกอบที่ส าคัญ
อะมิโน บานเย็น เป็นสารอะมิโนสกัดจากพืช มีกรดอะมิโนจ าเป็นต่อพืชหลายชนิด
เช่น Alanine, Arginine, Aspartic acid, Cystine, Glutamic acid, Glycine, Histidine, Isoleucine, LeucineLysine, Methionine, Phenylalanine, Proline, Serine, Threonine, Tyrosine, Valine

คุณสมบัติของสารสกัดเสริมสร้างการเจริญเติบโต สร้างความแข็งแรงสมบูรณ์ให้กับพืช เมื่อใช้ร่วมกับซิลิก้า บานเย็น สามารถสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันพวกศัตรูพืช เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ าตาลในข้าว เพลี้ยงแป้งสีชมพูในมันส าปะหลัง เพลี้ยไฟ และแมลงปากดูดชนิดต่างๆสามารถฟื้นฟูสภาพทรุดโทรมของพืชที่ถูกท าลายด้วยเพลี้ยชนิดต่างๆ ให้กลับมาเจริญเติบโต และให้ผลผลิตเหมือนเดิม ลดการขาดทุนโดยสิ้นเชิงช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต พืชมีความเขียวเข้มสมบูรณ์ ช่วยเพิ่มขยายขนาดผล สร้างสีสวยงาม เสริมสร้างผลผลิต ได้น้ าหนัก รสชาติ ดีใช้ได้กับพืชทุกชนิด ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้ร่วมกับสารป้องกันก าจัดศัตรูพืชได้ทุกชนิด
ขนาดบรรจุซองละ 30 กรัม/กล่องละ 10ซอง
วิธีใช้
ค าแนะน า
ควรจะต้องใช้ ซิลิก้า บานเย็น ร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ดี
ยิ่งขึ้น
กรณีเกิดเพลี้ยระบาดรุนแรง ให้ผสมสารก าจัดเพลี้ยไปด้วย การใช้ร่วมกัน จะ
ช่วยก าจัดเพลี้ยได้ดี และฟื้นตัวเป็นปกติได้เร็วขึ้น


ตัวอย่างผลผลิตที่ใช้ผลิตภัณฑ์บานเย็น






















ความคิดเห็น